การจ้างงาน · อ่าน 3 นาที

วิธีหาพนักงานร้านกาแฟและร้านอาหารในไทย

คู่มือหาพนักงานร้านกาแฟและร้านอาหารทีละขั้นตอน ควรเขียนอะไรในประกาศรับสมัครงาน ลงประกาศที่ไหน คัดกรองอย่างไร และควรตกลงอะไรเป็นลายลักษณ์อักษร

คำตอบสั้นๆ: เขียนประกาศรับสมัครงานสั้นๆ ที่ตอบคำถามแรกของผู้สมัคร (ตำแหน่ง เวลาทำงาน ค่าจ้าง และสถานที่) ลงประกาศในที่ที่คนแถวร้านคุณหางาน คัดกรองด้วยคำถามสองสามข้อ นัดเจอผู้สมัครที่ดีที่สุดภายในไม่กี่วัน แล้วเขียนสิ่งที่ตกลงกันไว้เป็นลายลักษณ์อักษร ขั้นตอนด้านล่างจะพาคุณไปทีละข้อ

1. ตัดสินใจให้ชัดว่าต้องการใคร

ก่อนเขียนประกาศ ให้ตอบคำถามสี่ข้อ ตำแหน่งอะไร: บาริสต้า พนักงานเสิร์ฟ พ่อครัวแม่ครัว ผู้ช่วยครัว หรือแคชเชียร์ ทำงานวันไหนและกี่โมง: เต็มเวลา พาร์ทไทม์ หรือเฉพาะเสาร์อาทิตย์ ต้องมีทักษะอะไรมาก่อน และอะไรที่สอนได้ในสัปดาห์แรก และลูกค้าของคุณพูดภาษาอะไร: ภาษาไทยอย่างเดียว หรือภาษาอังกฤษด้วย

คำตอบเหล่านี้จะกลายเป็นประกาศรับสมัครงานของคุณ และช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเวลาสัมภาษณ์คนที่ไม่เหมาะตั้งแต่แรก

2. เขียนประกาศที่ตอบคำถามแรกของผู้สมัคร

ผู้สมัครส่วนใหญ่ตัดสินใจภายในไม่กี่วินาที ประกาศรับสมัครพนักงานร้านกาแฟหรือร้านอาหารที่ดีควรบอกว่า

  • ตำแหน่ง ด้วยคำที่คนใช้ค้นหา เช่น บาริสต้า พนักงานเสิร์ฟ พ่อครัว ผู้ช่วยครัว
  • ที่ไหน ย่านไหน และใกล้สถานี BTS MRT หรือจุดสังเกตอะไร ถ้าช่วยให้เข้าใจง่ายขึ้น
  • เมื่อไหร่ วันไหน กี่โมง และกะเปลี่ยนทุกสัปดาห์หรือไม่
  • ค่าจ้าง รายชั่วโมง รายวัน หรือรายเดือน และจ่ายเมื่อไหร่ ประกาศที่ไม่บอกค่าจ้างมักถูกข้ามไป
  • สิ่งที่ได้เพิ่ม อาหาร ชุดยูนิฟอร์ม ทิปหรือเซอร์วิสชาร์จ และการฝึกงาน
  • หนึ่งวันทำงานเป็นอย่างไร สักสองสามประโยค

ตัวอย่าง: “รับสมัครบาริสต้าพาร์ทไทม์ ย่านนิมมาน เชียงใหม่ วันเสาร์และอาทิตย์ 8:00 ถึง 16:00 น. ค่าจ้างรายชั่วโมง จ่ายทุกสองสัปดาห์ พร้อมอาหารพนักงาน ไม่ต้องทำลาเต้อาร์ตเป็น เราสอนให้ในสัปดาห์แรก”

3. ลงประกาศในที่ที่คนแถวร้านคุณหางาน

เริ่มจากช่องทางที่มีอยู่แล้ว ป้ายหน้าร้าน เพจ Facebook LINE Official Account และ Instagram เข้าถึงคนที่รู้จักร้านคุณอยู่แล้ว ส่วนแอปหางานเข้าถึงคนที่ยังไม่รู้จัก ใน JobsJai คุณให้ AI ช่วยเขียนประกาศ วางประกาศเดิมที่มีอยู่ หรือกรอกเองก็ได้ และจะยังไม่มีอะไรเผยแพร่จนกว่าคุณจะกดเผยแพร่ ผู้หางานจะเห็นงานที่อยู่ใกล้บ้านก่อน ซึ่งสำคัญมากสำหรับงานเป็นกะ

4. คัดกรองด้วยคำถามสองสามข้อ

ถามเฉพาะสิ่งที่ใช้ตัดสินใจจ้าง เช่น “ทำงานได้ทุกเสาร์อาทิตย์ไหม” “เคยเป็นบาริสต้ามาก่อนไหม” “เริ่มงานได้เมื่อไหร่” ใน JobsJai คุณเพิ่มคำถามคัดกรองในประกาศงานได้ และอ่านคำตอบได้ข้างผู้สมัครแต่ละคน ซึ่งเรียงตามความแมตช์กับตำแหน่งงาน

5. นัดเจอผู้สมัครที่ดีที่สุดให้เร็ว

พนักงานดีๆ มักมีข้อเสนอมากกว่าหนึ่งที่ ตอบกลับภายในหนึ่งถึงสองวัน และนัดสัมภาษณ์ขณะที่เขายังสนใจอยู่ แชตสั้นๆ โทรคุย หรือนัดเจอที่ร้านก็มักจะเพียงพอ ถ้าอยากเห็นการทำงานจริงก่อน ให้ตกลงเรื่องการทดลองงานไว้ล่วงหน้า ทั้งชั่วโมงทำงานและค่าจ้าง

6. เขียนสิ่งที่ตกลงกันไว้เป็นลายลักษณ์อักษร

เขียนตำแหน่ง ค่าจ้าง เวลาทำงาน วันเริ่มงาน และช่วงทดลองงาน (ถ้ามี) แล้วให้ทั้งสองฝ่ายเซ็น ใน JobsJai คุณส่งข้อเสนองานในแชต และผู้สมัครเซ็นบนมือถือได้เลย สัญญาที่เซ็นแล้วและวันเริ่มงานจะเข้าไปอยู่ในแฟ้มพนักงานทันที

7. ทำให้สัปดาห์แรกเป็นเรื่องง่าย

จัดกะแรกๆ ให้ สอนวิธีลงเวลาเข้า-ออกงาน และเก็บเอกสารที่ต้องใช้ ใน JobsJai Work พนักงานใหม่ดูตารางงาน ลงเวลาด้วยปุ่มเดียว และส่งเอกสารที่คุณขอได้จากมือถือ

คำถามและคำตอบ

ประกาศรับสมัครพนักงานร้านกาแฟควรมีอะไรบ้าง?

ตำแหน่ง ย่าน วันและเวลาทำงาน ค่าจ้างและวันจ่าย สิ่งที่ได้เพิ่ม (อาหาร ชุดยูนิฟอร์ม ทิป) และสองสามประโยคเกี่ยวกับวันทำงานปกติ นี่คือสิ่งแรกที่ผู้สมัครมองหา

ควรตอบกลับผู้สมัครเร็วแค่ไหน?

ภายในหนึ่งถึงสองวัน คนที่หางานร้านกาแฟและร้านอาหารมักสมัครหลายที่พร้อมกัน และนายจ้างที่ตอบก่อนมักได้นัดสัมภาษณ์

จ้างพนักงานพาร์ทไทม์เฉพาะเสาร์อาทิตย์ได้ไหม?

ได้ ระบุในประกาศพร้อมวัน เวลา และค่าจ้างรายชั่วโมง ใน JobsJai คุณตั้งประเภทงานเป็นพาร์ทไทม์ และเมื่อจ้างแล้วก็จัดกะเสาร์อาทิตย์และอนุมัติชั่วโมงที่พนักงานลงเวลาไว้ได้

หน้าแรก JobsJai บินกลับไปที่แมตช์แรก